10000 B.C.- ขอพลังความกล้าจงสถิตย์กับนักรบทุกคน
posted on 14 Mar 2008 15:02 by yokuraku in Reel-for-Life
เมื่อหนังเริ่มดำเนินเรื่องไปประมาณ 30 นาทีแรก
ฉันนั่งเกร็ง ตัวเริ่มสั่นเทา ลุ้นระทึกไปกับฉากการออกล่าแมนเนค(ช้างแมมมอธ)ของ “ดีเลห์”
นักล่าหนุ่มผู้ถูกพ่อทอดทิ้งตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งทุกคนในหมู่บ้านต่างเข้าใจว่าพ่อของดีเลห์ขี้ขลาด
หนีหายไปจากเผ่าเพราะกลัวคำทำนายที่ว่าจะมีนักรบปิศาจมาทำลายล้างชนเผ่า
และนั่นก็กลายเป็นปมในใจของดีเลห์ตลอดมา
แน่นอน,การออกสนามรบ(ล่าช้างแมมมอธ)ครั้งแรกของเขาย่อมจะต้องมีความประหวั่นพรั่นพรึง และสั่นเทาอยู่ลึกๆข้างในจิตใจ
แต่เพราะ"หน้าที่"ใช่ไหม?...
ทำให้เขาจำเป็นต้องเรียกความฮึกเหิมในตัวเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกหวาดกลัว
แล้วเขาก็ได้กลายเป็นผู้นำของเหล่านักล่า พร้อมทั้งได้ครอบครอง “เอโวเล็ต” หญิงงามนัยน์ตาสีฟ้า ที่เขาหมายปองมานานแสนนาน
เมื่อคำทำนายที่ว่านั้นดำเนินมาถึง นักรบปิศาจบุกชิงตัวคนในหมู่บ้านออกไปและหนึ่งในนั้นก็คือ เอโวเล็ต เมื่อเป็นเช่นนี้ หนุ่มน้อยนักล่าผู้ขี้ขลาดจึงต้องตัดสินใจออกเดินทางตามหานางผู้เป็นที่รัก
เพราะ"ความรัก"ใช่ไหม?...
ที่ทำให้เขาต้องลืมความหวาดกลัวในจิตใจเพื่อนำสิ่งที่รักกลับมา
การเดินทางของดีเลห์ ก็คงเหมือนกับการเดินทางของชีวิตทุกๆคน
ระหว่างทางต้องเจออุปสรรคมากมาย
มันเปรียบดั่งบทเรียนที่ไต่ระดับความยากขึ้น ยากขึ้น
มีเหนื่อย มีท้อแท้ แต่ถ้าหยุดเดินเราอาจล้มตายกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ
และถ้าหากถอยหลังกลับก็เท่ากับว่าเวลาที่เริ่มออกเดินมันศูนย์เปล่า
แต่ด้วยพลังแห่งความรัก ความมุ่งมั่นในตัวเองเท่านั้น ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้“สู้ยิบตา”
ทุกครั้งที่ดีเลห์เงื้อหอกพุ่งใส่สัตว์ร้าย แววตาของเขาแฝงไปด้วยความหวาดกลัว
และถ้าหากตัดสินใจช้าไปเพียงเสี้ยววินาที นักล่าอาจจะกลายเป็นผู้ถูกล่าเสียเอง
มันก็เหมือนกับสนามรบชีวิต
ทุกครั้งที่ฉันก้าวเดินลงไปก็มักจะพกพาอาการหวาดกลัวตัวเกร็งติดไปด้วยเสมอ
แต่อย่างไรแล้ว ท้ายที่สุดก็ต้องสู้เอาหัวชนฝาทุกครั้งไป
นั่นเป็นเพราะด้วยพลังแห่งความรัก ความมุ่งมั่นในตัวเองเท่านั้น ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้“สู้ยิบตา”
บทสรุปของหนังอยู่ในฉากสุดท้าย
ฉันรู้สึกได้ว่าไม่มีความกลัวแฝงไว้ในแววตาของดีเลห์อีกต่อไป
หอกหลาวที่พุ่งออกไปคือจิตวิญญาณแห่งผู้กล้า ที่ไม่ใช่เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชนะสัตว์ร้าย
แต่มันเป็นการต่อสู้เพื่อเอาชนะจินตนาการที่เขา(หรือใครๆ)สร้างขึ้นมาเองโดยตลอด
หลังจาก “ความกลัว” ได้พ่ายแพ้ต่อ “จิตใจ”
“He’s not GOD”
เขาได้ตะโกนกู่ร้องบอกทุกคนว่าถึงเวลาแล้ว
ที่เราจะประกาศอิสรภาพเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งความหวาดกลัว
“ความกลัว” เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง
“พระเจ้า” เป็นเพียงแค่จินตนาการ
ขอบคุณ 10000 B.C. ขอพลังความกล้าจงสถิตย์กับนักรบ(เช่นคุณ)ทุกคน

ที่ความกล้าหาญของ "ดีเลห์"
ไม่ได้มาแบบ "ดีเลย์"
#1 By โรงน้ำชา (58.8.35.10) on 2008-03-14 17:02