เลิกงานแล้ว ขณะที่ฉันเดินก้าวออกจากประตูออฟฟิศ
เส้นทางถนนข้างหน้าทำให้ฉันลังเลที่จะก้าวเดินต่อ
พระอาทิตย์คล้อยต่ำ บรรยากาศเริ่มสลัว ความรู้สึกแบบนั้นกลับมาอีกครั้ง....



ทำไมฟุตบาทตรงหน้านี้ถึงแวดล้อมด้วยบรรยากาศที่แสนโหดร้าย
จนแทบจะก้าวเดินต่อไปไม่ไหว แต่ก็ต้องกลั้นใจย่ำเท้าอย่างรวดเร็ว
พร้อมปิดปากเพื่อกล้ำกลืนความรู้สึกที่สุดผอืดผอมนี้เอาไว้
แต่แล้วความเจ็บปวดก็ยังแทรกซึมทิ่มแทงตลอดเส้นทาง
ทำเอาฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ยังโชคดีที่ค่อนข้างมืดแล้ว
คงไม่มีใครเห็นว่ามีคนคนนึงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปพลางปาดน้ำตาไป



ระหว่างทางกลับบ้าน ฉันพยายามนึกดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งมันก็คือวงจรทางอารมณ์เดิมๆ ที่ดันมาเกี่ยวเนื่องกับช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก
ฉันเคยคิดไว้ว่า ทำไมยามเย็นเราถึงรู้สึกหดหู่ เศร้า เหงา อย่างไม่มีสาเหตุ
แต่อันที่จริงแล้วมันมีที่มา ที่(ฉันคิดว่า)อธิบายได้



ก็ในเมื่อเวลานั้นมันคือจุดเปลี่ยนผ่านจากสว่างสู่ความมืด
จากกลางวันเป็นกลางคืน จากเวลาทำงานเข้าสู่เวลาส่วนตัว
จุดนี้แหละเป็นช่วงเวลาในการประมวลผลสิ่งที่ทำผ่านมาในตลอดวัน
สมุดบันทึกความทรงจำ(ระยะสั้น)ค่อยๆเปิดออกทีละหน้า
ถ้ามีเรื่องอะไรติดค้างในใจในทางที่ไม่ดี มันก็จะพาลให้รู้สึกหดหู่
แกล้มไปกับบรรยากาศดวงอาทิตย์แดงสุกก่ำกำลังลาลับท้องฟ้า



ในหลายๆวันที่ผ่านมา สมุดบันทึกความทรงจำมันฟ้องว่า
มีบางอย่างสูญหายไปเพราะ"การเปลี่ยนแปลง"



มันเริ่มมาจาก มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่บริษัท
นโยบายใหม่ที่ทำให้พวกเรา ลูกจ้างทุกคนได้เปลี่ยนสถานที่ทำงานใหม่
ที่นั่งใหม่  ตึกใหม่ ย่านชุมชนธุรกิจแห่งใหม่



ฉันรู้อยู่แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ
และก็เชื่อว่าทุกๆครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง มันย่อมนำสิ่งที่ดีมาด้วยเสมอ
แล้วก็เป็นเช่นนั้น เหมือนสถานที่แห่งใหม่จะดีขึ้น(กว่าเดิม)
สถานที่ทำงานกว้างขวางมากขึ้น มีสัดส่วนพื้นที่ทำงานมากขึ้น
มีpartitionกั้นชัดเจนทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น



แต่...พื้นที่อันกว้างขวางก็ทำให้ฉันนั่งไกลห่างเพื่อนร่วมงานมากขึ้น
partitionที่กั้นเป็นสัดส่วนให้ความเป็นส่วนตัวแต่ก็ให้ความโดดเดี่ยวมาเป็นของแถมอีกด้วย



ลองย้อนนึกไปถึงสิ่งที่คุ้นเคยเมื่อวันวาน...
ออฟฟิศที่เกือบเหมือนรูหนู แทบจะขี่คอกันทำงาน
เสียงดังโหวกเหวกที่ทะลุทะลวงได้ทั่วทั้งออฟฟิศ
เพราะพื้นที่น้อยทำให้ลดช่องว่างบางอย่างจนเราสนิท+สนุกกันโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งบรรยากาศเหล่านั้นได้อัดแน่นแทนพื้นที่ความเงียบงันและความเหงา



จนมาถึงวันนี้ทุกสิ่ง "เปลี่ยน"
เมื่อได้รับบางอย่างที่ดีขึ้นก็ต้องยอมเสียสิ่งดีบางอย่างทิ้งไปเหมือนกัน



ความสนิทสนมสนุกสนานค่อยๆลดน้อยลงไป
ก็ยังโชคดีกับบางคน...ความห่างทำให้เราแน่นแฟ้นกันมากขึ้น
แต่ก็น่าใจหายกับบางคน...ที่เคยสนิทก็กลายเป็นค่อยๆห่างกันออกไป
และโชคร้ายยิ่งกว่ากับบางคน...ที่ห่างกันอยู่แล้วก็ยิ่งไกลห่างกันออกไปอีก



เพราะช่องว่างที่ถ่างออกด้วยพื้นที่สุดกว้างขวาง
และpartitionที่แจงอาณาเขตส่วนตัวจนทำให้ไม่กล้าเดินล้ำดินแดนของบางคน
การเปลี่ยนแปลงที่ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าสิ่งคุ้นชินได้สูญหายไปแบบไม่ทันรับมือ
จนวันนี้ถึงได้รู้สึกถึงความว้าเหว่โหวงเหวงเหมือนไม่เหลือใคร
ความเหงาตัวโตใหญ่พิกลคอยหลอกหลอนให้ฟูมฟายอยู่ทุกครั้ง



แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ทุกขณะ
สุดท้ายต้องเข้าใจ ยอมรับ แล้วก็ผ่านมันไปให้ได้



โลกส่วนตัวของฉันกับpartitionที่แน่นหนา
สักวัน...ฉันคงชินเอง



Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Partition อันนั้น

ฤาจะกั้น

หัวใจ

*บางที่แม้ไม่มี Partition

ยังห่างกันเป็นหมื่นไมล์

#1 By โรงน้ำชา (58.8.40.101) on 2009-04-21 11:58


เห้ออออออออออออconfused smile
:)


อ่านแล้ว
สบายใจดีจัง
big smile big smile big smile

#2 By มน on 2009-05-28 02:54



ความรู้สึกแบบนั้น
มันคุ้นๆ นะคะ



อ่านแล้ว
คิดได้

ปลง ตก

เหอะๆๆ

#3 By มน on 2009-05-28 02:56