ช่วงเวลาตี3กว่าๆของเมื่อคืนนี้
เรากำลังนอนแหงนหน้ามองฟ้ามืดแซมดวงดาวที่เขาใหญ่
เรามาดูคอนเสิร์ต ที่ดูเหมือนจะเป็นการมาดูคอนเสิร์ตที่ขี้เกียจที่สุดในโลก
เอ๊ะ ไม่สิ มันน่าจะขยันมาก่อนขี้เกียจเสียมากกว่า
เพราะกว่าเราจะได้นอนชิวท่ามกลางลมหนาว เราต้องเตรียมตัวมากมาย
เหนื่อยแบกเต๊นท์ ถุงนอน ถังน้ำแข็ง เครื่องดื่ม อุปกรณ์กันหนาวต่างๆนานา
ก่อนที่จะมานอนเอนกายฟังเพลงให้สบายอารมณ์ผสมความขี้เกียจ
 
 
ถึงแม้ว่าศิลปินจะเหน็บแนมคนที่นอนว่าสูงวัยแล้ว
ก็ไม่สามารถกระตุ้นเราให้ลุกขึ้นมาโยกตามจังหวะเพลงชิวๆได้
ถ้าเพลงช้าๆฟังสบายๆ เราก็ขอนอนเหยีดกายผึ่งน้ำค้าง กระดิกเท้าใต้นวมนุ่มๆ
แล้วก็แหกปากร้องเพลงสุดเสียงเท่าที่ดวงดาวบนฟ้าจะได้ยิน
 
 
ระหว่างรอศิลปินคนใหม่ขึ้นมาแสดง เราเองก็ยังคงนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ชวนดวงดาวพูดคุยเพราะเพื่อนข้างๆหลับไปหมดแล้ว
นี่เราเป็นบ้าอะไร ทำไมเราถึงมาอยู่ตรงนี้?
นอนบนพื้นดินเป็นแอ่งแข็งๆ ตากน้ำค้างและอากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ
ได้นอนบนเตียงนุ่มๆ ปรับแอร์ในอุณภูมิที่กำลังดี อยู่บ้านดีๆไม่ชอบหรือยังไงนะ?
 
 
...ก็แค่คิดไปเรื่อยเปื่อยเพราะไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้า
เราจะยังมีเวลาหรือมีพละกำลังมาทำ "บ้า" อะไรแบบนี้อีกมั้ย
ทำบ้าแบบที่ว่า ขณะที่นอนคิดอะไรเพลินๆก็ต้องกระโดดลุกขึ้นมาเต้น
เมื่อถึงคิว โมเดิร์นด็อกขึ้นแสดง จากที่หนาวจนมือชากลับกลายเป็นเหงื่อชุ่มร่าง
 
 
อืมมม...ในชีวิตคนเราจะได้ใช้มันทำอะไรให้แตกต่างจากที่เคยใช้อยู่บ้างล่ะ?
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ดีนะ...
ใช้ชีวิตคุ้มดี
ถึงวันที่แก่ไปจริงๆ จะได้ไม่เสียดายวันเวลาที่ผ่านมา
คิดอย่างนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
จนเริ่มรู้สึกว่า
นี่ใช้ "คุ้ม" หรือใช้ "เปลือง" กันแน่หว่า sad smile

#1 By โรงน้ำชา (118.175.64.251) on 2010-12-08 11:14