เชียงใหม่...please, leave me alone (2)

posted on 25 Dec 2010 20:48 by yokuraku in Chiangmai
 
 
ของมันชัวร์อยู่แล้วว่าการค้นพบโลกใหม่ มันน่าตื่นเต้นแค่ไหน
ยิ่งเป็นการผจญภัยตัวคนเดียวแล้วเนี่ย มันยิ่งมีให้ลุ้นตลอดเลย
แล้วถ้าเรื่องที่มันบังเอิญ เหนือความคาดหมายของเราเนี่ยมันยิ่งเป็นเรื่องสนุกมากๆ
ยกตัวอย่างวันแรก สองเท้าเพิ่งเหยียบแผ่นดินเชียงใหม่ เราไม่ค่อยอยากจะเผชิญกับสถานการณ์
การเรียกรถสองแถวแดงเพราะได้ยินมาว่าถ้าเห็นว่าเราไม่ใช่คนท้องถิ่นก็จะเรียกค่ารถแพง
ซึ่งความจริงเราก็สามารถต่อรองได้ แต่เราไม่ค่อยจะมีทักษะทางด้านนี้เลยค่อนข้างเป็นกังวล
ขณะที่เดินก้มหน้าก้มตาหลีกวงล้อมคนขับสองแถวที่ชวนให้ใช้บริการ
มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเป็นชื่อเราว่า "หยก"เราเลยหันไปที่ต้นเสียง
แทบจะกระโดดด้วยความดีใจ นั่นพี่ชนิน รุ่นพี่ที่มหาลัย นี่หน่า!
โลกนี้มันแคบจริง เลยต่างถามไถ่ความเป็นไปว่าไปไงมาไง
พี่ชนินอาสาไปส่งที่พัก เราไม่ปฏิเสธเลย เย้ๆ! ชั้นไม่ต้องเผชิญกับสถานการณ์กดดันจากพี่สองแถวแดงแล้ว
แต่ก่อนจะไปส่ง พี่ชนินบอกว่ารอพี่ป๊อบทำธุระก่อน เดี๋ยวค่อยไปด้วยกัน (พี่ป๊อบก็คือรุ่นพี่ที่คณะอีกคน)


ระหว่างทางจากอาเขตสู่ถนนนิมมานเหมินท์จะเห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์แบบสตาร์ทเท้าคันหนึ่ง
ซ้อน 3 พี่ชนินขับ เราซ้อน และพี่ป๊อบปิดท้าย! โดนผู้ชายหนีบเป็นแซนวิชเลยว่ะ


พี่ชนินถาม ถ้าแม่รู้จะว่าอะไรมั้ยเนี่ย
เราก็ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนไป ภายในใจก็คิดแค่ว่าไหนๆเลือกมาผจญภัยอย่างโดดเดี่ยวแล้ว
การตั้งแง่ สร้างข้อแม้หรือมีกฏเกณฑ์มายึดมั่นถือมั่น คงไม่เหมาะสมกับตอนนี้สักเท่าไหร่
ยังไงเราก็พี่น้องกันทั้งนั้น ไม่มีอะไรให้คิดมากหรอกเวลานี้


นอกจากพี่ชนิน พี่ป๊อบ จะพาเรามาส่งที่พักแล้ว เรายังรบกวนต่อด้วยการให้พาไปร้านเช่ามอเตอร์ไซค์
พาไปปั๊มน้ำมัน พาไปกินข้าวเย็น


ระหว่างที่ร่วมโต๊ะกินข้าว เรารู้สึกได้ว่าพวกพี่ๆเค้ายังเหมือนเดิม
ที่ว่าเหมือนเดิมก็คือ เรื่องของความคิดที่เข้มข้น มีประเด็น มีสาระ
มองกว้าง มองภาพรวมของสังคมได้ แต่ก็ละเอียดอ่อนพอที่จะเห็นปัญหา
และมีความร้อนรนที่อยากจะแก้ไขเพื่อให้สังคมและประเทศไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้น
อาจจะเป็นเพราะsourceจากตัวเองและเบ้าหลอมจากสถาบันที่ร่ำเรียนมาด้วยกัน
ทุกอย่างเลยหล่อหลอมให้พวกเราความคิดที่คล้ายๆกัน


เราพยายามเพ่งความคิดและระลึกถึงประเด็นต่างๆที่เคยชอบขบคิดสมัยวัยเรียนมหาลัย
แต่พยายามเท่าไหร่ก็ตามไม่ค่อยทัน หลังจากจบออกมาแล้วโลกการทำงานของเรา
ไม่มีวิชาให้ฝึกสมองทางด้านนี้ เราทำงานในเอเจนซี่โฆษณา
'อาชีพที่ต้องทำหน้าที่กระตุ้นตัณหาของมนุษย์ให้บังเกิด'
ขณะเดียวกัน พวกพี่ๆคิดที่จะหนีถอยมันออกมา หนีเมืองกรุงมาสู่ต่างจังหวัด
ทำงานให้องค์กรเพื่อสังคม ยังชีพด้วยการปลูกผักเลี้ยงตัวเอง
มื้อนี้เรากินข้าวโต๊ะเดียวกัน แต่มันก็เหมือนอยู่กันคนละโลก
วิถีทางในการดำเนินชีวิตของเรามันสวนทางกันเหลือเกิน
 
 
 
http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash2/hs404.ash2/68197_470903810753_630415753_6336146_5540576_n.jpg
 
 
 
และหน้าที่สุดท้ายของไกด์จำเป็นคือ ขี่รถนำเราไปที่ถนนคนเดินวันอาทิตย์
ซึ้งใจจังงงงง

...สิ้นสุดการต้อนรับสู่เชียงใหม่อย่างอบอุ่น
...เริ่มต้นการเดินทางตัวคนเดียวอย่างจริงจัง ณ ถนนคนเดิน ท่าแพ
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet