Private

Fragile Day

posted on 11 Sep 2009 14:31 by yokuraku  in Private

 

คิดว่าโลกของเรา

โลกของคนอื่น

โลกใบใหญ่

ใครเคลื่อนไหวหาใคร?

 

เหมือนบางทีโลกของใครคนนึง

พาดผ่านวงโคจรสู่โลกของเรา

แต่ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา...

เดินทางผ่านมาก็ย่อมเดินทางผ่านไป

และเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเศร้า

เมื่อเรารั้งสิ่งที่พอใจให้อยู่กับเราต่อไปไม่ได้

 

แต่ก็ไม่แน่ใจหรือจริงๆแล้ว

เราแค่เดินทางผ่านโลกของคนอื่นๆ

แล้วก็เป็นตัวเราเองที่ผ่านไป

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็เศร้าเหมือนกัน

เพราะนั่นหมายถึงการลาจาก

การสูญหายบางสิ่ง

รวมทั้งใจก็หายไป

 

ในนาทีแสงที่กำลังเดินทางอย่างเคว้งคว้าง

ไม่อยากพาดผ่านดวงดาวของใคร

ไม่อยากอิงแอบในโลกใด

ก็ปล่อยให้มันล่องลอย 

และไร้ร่องรอย

 

 

unknown

posted on 08 Apr 2009 18:42 by yokuraku  in Private

 


มีปัญหา แล้วก็ รู้ที่มา รู้เหตุ รู้ผล รู้วิธีแก้
แต่เพราะใช้หัวใจให้ "รู้สึก" มากเกินไป
เราถึงยังวนเวียนในวังวนแห่งปัญหานั้นอยู่



เราอยากออกไป แต่เหมือนมีอะไรรั้งไว้
"อะไร" นั้น คงเป็นสิ่งที่เรายัง "ไม่รู้"
และถ้าเราเจอ "ไม่รู้" มันคงเป็นกุญแจ
ให้เราไขเปิดประตูทางออกให้หลุดพ้นจากปัญหา



"ไม่รู้" คืออะไร?
แล้วเมื่อไหร่ เราจะ "รู้"?
 

 

My Questions

posted on 04 Feb 2009 22:34 by yokuraku  in Private, SomeThinks, Unknown

 

 

คนที่เป็นเจ้าหนูจำไม แปลว่าอะไร

อยากเรียนรู้?
หรือ
เข้าใจอะไรยาก?


แล้วคนที่นั่งเงียบๆเฉยๆ แปลว่าอะไร

เข้าใจทุกอย่างดีแล้ว?
หรือ
อันที่จริงไม่เข้าใจอะไรเลย?

 

 

 

 

พี่เอ๋ นิ้วกลมเคยเขียนไว้ที่ใดที่หนึ่งไว้ว่า

"สมัยทำงานใหม่ๆคิดเสมอว่าไปทำงานก็เหมือนไปโรงเรียน"

ไป-เพื่อเรียนรู้โลก(การทำงาน)ที่กว้างใหญ่มากกว่าในตำรา



คำว่า "เรียนรู้" ฟังดูเป็นคำที่น่าสนุก
เราเรียนรู้เพราะหวังที่จะเติบโตและก้าวเดินได้คล่องตัวมากขึ้น



สำหรับฉัน ก็คิดคล้ายๆกัน
การไปทำงานก็เหมือนกับการออกไปเรียนรู้
แต่ไม่ได้หมายความเหมือนกับการไปโรงเรียน
บอกตามตรงว่าตัวเองไม่เคยสนุกกับการอยู่ในระบบการศึกษาเลย



แต่พอออกมาทำงานกลับรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้งานมากกว่าการตื่นไปโรงเรียนเสียอีก
ทุกๆวันที่มีเรี่ยวแรงในการตื่นลืมตา นั่นเป็นเพราะหวังใจที่จะได้เรียนรู้อะไรดีๆจากที่ทำงาน

และก็เป็นเช่นนั้นทุกๆวัน :)



ถึงแม้การเรียนรู้จะช่วยเพิ่มคุณค่าให้สมอง ช่วยให้ฉลาดขึ้น
แต่เราจะไม่ เก่ง และ แกร่ง ขึ้นเลยหากเราไม่ได้ลงสนามสอบเพื่อประเมินผลตัวเอง

- ความรู้ไม่ได้มีไว้แค่ประดับสมอง แต่ถ้าเอาออกมาประลองบ้างก็น่าจะดีกว่า -



ณ ลานประลอง(ห้องทำงาน)
มีจอมยุทธ์ ขุนกระบี่ เซียนดาบ จอมพลัง ที่เปี่ยมฝีมือมากมาย
พวกเขาเหล่านั้น คือ คู่ฝึกปรือลับคมกระบี่ความรู้ให้กับเราเป็นอย่างดี
พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าจะหาญกล้าท้าดวลลองดีกับเทพหรือตัวแม่
เพราะนั่นมีแต่จะมุ่งสู่ความตายสถานเดียว (ฮ่าๆ)



แต่ขอเพียงอย่าเข้าใจผิด มองไปว่าเหล่าจอมยุทธ์คือศัตรูคู่อาฆาตของเรา
มิเช่นนั้นแล้วอาวุธที่มีก็จะถูกกลายเป็นเอาไปใช้ในทางที่ผิด


และเพราะยังเด็ก อ่อนหัดนัก มิบังอาจปีนเกลียวหรือเอ่ยปากท้าดวลใคร
ความรู้เท่าฝาหอยที่พอจะมี จึงขอหยิบมาใช้เพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเอง


ลงสนาม ไม่ได้หวังชนะ แต่เอาแค่ให้รอดตายกลับมาก็ถือว่าแกร่งขึ้น


อีกอย่าง...ยังไม่อยากด่วนสิ้นลมตอนนี้
เพราะยังอยากมี่ชีวิตอยู่ไว้เรียนรู้อะไรบนโลกนี้อีกนานๆ :)